2006/May/21

Edit!!!

เอาล่ะ แล้วความบ้าบอก็พอเรามาถึงจุดนี้ ขอสาบานว่าไม่เคยบ้าเรื่องอะไรจนขนาดแต่งฟิคออกมาเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้เลยค่ะ นี่เป็นเรื่องแรกเลย ความรู้สึกที่แต่งนี้ก็บ้า ๆ บอๆ คือ ชอบทั้งเบียคุยะ ทั้งอุคิทาเกะ และก็งินด้วย ความรู้สึกเลือกไม่ถูก เหมือนกับตอนที่ชอบเคนชินแล้วจากนั้นพอโตขึ้นก็แอบมองไซโต ฮาจิเมะ อะไรประมาณนั้น 55+

ฟิคแบบนี้ต้องเรียกว่า OC หรือเปล่าค่ะ เพราะเราบ้านนอก ไม่ค่อยอินเทรนเท่าไร อินทีไรตกขอบทุกที อ่าน ๆ ไปเถอะค่ะ ไม่ได้แต่งฟิคนานมาก อันนี้อ่านบลีชไปอีกหลายรอบ กว่าจะได้ความสปอยเล็ก ๆ มา เหนื่อยค่ะ อ้อชื่อเรื่อง อันนี้มันแปลว่าเหม่อลอยเปล่าคะ มนุษย์โง่มึนค่ะ

Fan Fiction Bleach!! [1]

Title : Be absent-minded

Rate : None

main Character : Teratsu Fuuun

Author : Osamu Shey Karen

************************************

ท้องฟ้าสีครามยามเย็นช่างดูหดหู่ สีส้มดุจหญ้าแห้งนั้นทำให้จิตใจของผู้จ้องมองเช่นข้าห่อเหี่ยว แต่ถึงกระนั้นข้าก็ยังคงจ้องมองวันแล้ว วันเล่า อา. วันช่างเหมือนกับวันนั้นวันที่ท่านเดินผ่านประตูนั้นไป เกือบ 100 ปีแล้วสินะ ครั้งสุดท้ายที่เจอท่านข้าก็ต้องสูญเสียท่านไปซะแล้ว. แล้ววันนี้กับเรื่องราวทั้งหมด หลายคนที่สูญเสีย หลายคนกำลังจะสูญเสีย ข้าควรทำอย่างไร ทำไม . ข้าจึงเดียวดายเช่นนี้ ???

100 ปีก่อน ทางตอนเหนือของเมืองลูคอน

ข้าชื่อ ฟูอัน!! เทราสุ ฟูอัน พี่สาวเคยบอกข้าว่า ฟูอันหมายถึงเมฆและหมอก เป็นชื่อที่พี่สาวตั้งให้ข้าเพราะข้ามักชอบเหม่อลอยอยู่เสมอ คงเป็นเพราะข้าเป็นคนแบบนี้นี่เอง ข้าจึงถูกรังแกจากพวกเด็กผู้ชายเสมอ พี่สาวปกป้องข้ามาเสมอ นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้ารัก และผูกพันธ์กับนางมากมายขนาดนี้ ตั้งแต่ข้าเข้ามาอยู่ในโซลโซไซตี้นี่ ข้าก็อาศัยอยู่กับนางที่เมืองลูคอนนี้ตลอด พวกเราอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเมืองลูคอน ถึงจะยากจนแต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไรจะกิน ช่วยกันหาเช้ากินค่ำ นั่นล่ะชีวิตของพวกเรา

พี่สาวของข้าหลงใหลในคำว่า ยมทูตนักหนา กลุ่มคนในชุดนิชิกามินั่นเป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันมาตลอดตั้งแต่ข้าจำความได้เชียวล่ะ แต่สำหรับนางแล้วมันคงไม่ไกลเกินเอื้อม นางเฉลียวฉลาดและเก่งกาจกว่าเด็กผู้ชายบางคนเสียอีก ละแวกนั้นนางจึงได้ชื่อว่าผู้มีความสามารถและข้าก็คือผู้ที่ไร้ความสามารถ อยู่หลังพี่สาวคอยให้นางปกป้อง และถูกรังแกอยู่ตลอด และในที่สุดนางก็จากข้าไป ไปตามความฝันที่จะเป็นยมทูต นางไปเรียนที่สถาบันชินโอ โรงเรียนของยมทูต พร้อมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายคน จากวันนั้นข้าก็ไม่ได้พบนางอีกเลย

"ฟูอัน!!!!" คุณยายข้างบ้านตะโกนเรียกฉัน กำลังล้างจานอยู่นี่นา มีอะไรนักหนานะ "มีอะไรคะคุณยาย!!!" ข้าตะโกนกลับไปเสียงนั้นเงียบลงไป ครู่ใหญ่. ทำไมนางไม่ตอบข้านะ ข้าชะโงกหน้าไปมองที่ประตู ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเค้าสวมชุดนิชิกามิ!!! เค้าพยักหน้าเรียกแล้วจึงหันกลับไป พี่กลับมาแล้ว!! พี่สาวคงจะกลับมารับข้าให้ไปเป็นยมทูตเหมือนกับนางแน่ ใจข้าลิงโลดขึ้นมาทันใด ข้ารีบเช็ดมือแล้ววิ่งผ่านประตูบ้านที่โทรมเต็มทนออกไป แต่สิ่งที่ข้าเห็นมันกลับทำให้ข้าชะงัก สิ่งที่ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ผู้คนหลายสิบคนมายืนมุงที่หน้าบ้านของข้า หนึ่งในนั้นคือชายสวมชุดนิชิกามิที่พยักหน้าเรียกข้า ยืนอยู่กับเพื่อนร่วมสายงาน 2 - 3 คน ข้าก้มมองที่พื้น ร่างยมทูตสาวนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าขาวซีดจนเกือบเขียว อยู่ในห่อผ้าสีขาว ที่ใบหน้าและท่อนแขนมีบาดแผลและคราบเลือด แสงสีส้มจากท้องฟ้ายามเย็นสาดส่องมากระทบร่างบางนั้น ความรู้สึกเย็นยะเยือกก่อตัวขึ้นในจิตใจ ตอนนี้ใบหน้าของข้าคงจะซีดเผือด นางคือพี่สาวของข้า!!!!

"เจ้าคือน้องสาวของอันริหรือ" ยมทูตคนหนึ่งเดินมาถามข้า ข้าจึงพยักหน้าตอบ น้ำตาเริ่มรินไหล "นางถูกฮอลโลว์กิน . นางตายแล้ว" พวกเค้าพูด ใจข้าแทบสลาย พี่สาวที่เก่งกาจคนนั้นของข้านะรึ คนที่คอยปกป้องข้าไม่มีอีกแล้ว

"นังคนอ่อนแอ"

"ยัยฟูอันขี้ขลาด"

"ยัยตัวโชคร้าย"

"นังเด็กไร้ญาติ ไม่มีคนคอยปกป้องเจ้ามันก็หมาข้างถนนเหมือนกับพวกข้านั่นล่ะ"

เจ้าเด็กพวกนั้นพูดซ้ำ ๆ แบบนี้มาเกือบ 2 ปีแล้ว ตั้งแต่วันนั้นข้าก็สิ้นหวังในชีวิต สิ่งที่ปกป้องตัวเองก็แค่พลังวิญญาณที่พอใช้ถูไถไปได้เท่านั้น ประตูโคคุเรียวมอนเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ข้านึกถึงพี่สาว ข้าเห็นนางครั้งสุดท้ายที่ประตูนั้นก่อนที่นางจะไปเป็นยมทูต และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ข้าถูกเจ้าเด็กพวกนั้นแกล้ง ไม่ว่าจะเอาเศษไม้ หรือเศษดินปาก็แล้วแต่

"ถ้าเข้ามาอีกข้าจะเอาไอ้นี่ปาใส่พวกเจ้านะ" ข้าขู่เมื่อวิ่งมาจนมุมที่หน้าประตูโคคุเรียวมอน พลางแบมือขึ้นเบื้องหน้าบางอย่างเริ่มหมุนวนในมือเล็ก ๆ ของข้ามันเป็นสีขาวเหมือนสายลมที่หมุนวนไปมาเป็นกลุ่มก้อน ความจริงแล้วข้าก็ทำได้แค่นี้แหละปาออกไปไม่เป็นหรอก จนมุมแล้วนี้นา ขู่ไว้ก่อนวันนี้จะได้รอดไปอีกวันไง (- -" )

"เจ้าปามันไม่ได้หรอก ยาคุจิมันบอกข้าไว้แล้ว เจ้าก็แค่ทำให้มันเกิดขึ้นได้เท่านั้น" รู้ทันอีกแน่ะ คราวนี้ข้าคงได้เละอยู่ตรงหน้าประตูนี้แน่ แต่ทันใดนั้นเด็กเวรพวกนั้นก็น่าซีดแล้ววิ่งลนลานหนีไป "????" ข้ายังงงอยู่เลยแต่แล้วข้าก็รู้สาเหตุ

"เจ้าเด็กน้อย ที่นี่ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นนะ" เสียงพูดคล้ายคำรามนั่นดังขึ้น ข้าเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ผงะ เมื่อคนร่างเท่ายักษ์ยกดาบเงื้อจะสะบั้นใส่ข้าผู้เฝ้าประตูฝั่งเหนือนั่นเอง จะวิ่งหลบคงจะไม่ทันแน่ ข้ารีบหลับตา เคร้ง!!! เสียงหนึ่งดังขึ้น ข้าค่อย ๆ ลืมตาและสำรวจร่างกาย ข้าไม่ได้เป็นอะไร! ไม่เจ็บ ไม่ปวด และไม่มีบาดแผลอีกด้วย "ไม่เป็นไรใช่มั้ยแม่หนู" เสียงหนึ่งเอ่ยเรียกข้า ข้าเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มผมดำซอยสั้น หน้าตาใจดี เอ่ยขึ้น มือข้างหนึ่งจับดาบและกั้นดาบยักษ์ที่กำลังจะตกลงมานั้นยิ้มให้ข้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดกับคนคุมประตู

"เค้าไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่นตรงนี้หรอกน่า ข้าเห็นตั้งแต่แรกเลย เอ้านี่!!" ชายคนนั้นยื่นกระดาษให้ผู้เฝ้าประตูดู แล้วชายผมดำกับเจ้ายักษ์ก็เก็บดาบ

"ใจดีจริงนะ" เสียงหนึ่งดังขึ้น ดึงความสนใจของพวกคนทั้งสองรวมทั้งข้าให้หันไปมอง ชายคนหนึ่งในชุดนิชิกามิเดินเลาะกำแพงมาแปลกไปหน่อยคงตรงที่ชายคนนี้มีเสื้อคลุมสีขาว ใบหน้านั้นดูใจดียิ่งกว่าใครที่ข้าเคยเห็น (คงยกเว้นยายข้าง ๆ บ้านของข้าคนนึง) เค้ามีผมหยักศก ซอยสั้น สีน้ำตาล สวมแว่นสี่เหลี่ยมกรอบสีดำ รอยยิ้มนั้นดูอบอุ่นจนข้ารู้สึกได้เลย ยมทูตที่ช่วยข้าไว้หัวเราะน้อย ๆ แล้วยกมือขึ้นเกาหัวก่อนจะเอ่ย "ก็นิดหน่อยครับ ท่านไอเซ็น !" ชายผมสีน้ำตาลคนนั้นเดินมาหยุดที่ตรงหน้าข้าท่านยมทูต (ท่าน?) และเข้าคนเฝ้าประตู จากนั้นจึงหันมาพูดกับข้า "ไม่มีญาติหรอ" ชายสวมแว่นถามข้าพลางหันไปมองที่หมู่บ้าน ข้าจึงพยักหน้าตอบอย่างช้า

"ไปกับข้ามั้ย"

"ไปไหนคะ"

"ไปเป็นยมทูต.. เจ้ามีคุณสมบัติสาวน้อย" ข้าอึกอักเมื่อได้ยินคำนี้ ชายผู้นั้นยิ้มให้ข้าอย่างอ่อนโยนพร้อมกับยืนมือข้างหนึ่งมาให้ข้า ข้าลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจเอื้อมไปจับมือใหญ่ข้างนั้น เขายิ้มให้ข้าอีกครั้งแล้วจึงจูงมือข้าเข้าไปในเซย์เรย์เทย์ ท่านพี่ข้ากำลังจะเป็นเหมือนท่านแล้วนะ ข้า จะไปเป็นยมทูต!!!

-To Be Continue-


edit @ 2006/05/24 01:11:43

Comment

Comment:

Tweet