2006/May/24

กลับมาแล้วหลังจากการอีดิตมหาโหดเนื้อเรื่องบางส่วนมีการดัดแปลงเพราะฉะนั้นย้อนลงไปอ่านได้ค่ะ และอีกอย่างเนื้อเรื่องที่แต่งเก็บไว้ในสต๊อกจะหมดแล้วค่ะ คงต้องโต้รุ่งอีกตามเคย สู้ เพื่อท่านเบียคุยะ อยากจะบอกว่าช่วงนี้ได้กลับไปใช้ยูทูบเป็นที่พึ่งทางใจอีกครั้ง คำว่า บันไคของท่านเบียนี่ช่างบาดลึกเข้าไปในหัวใจจริง ๆ ค่ะ หลอดพลังรักเบียคุยะเพิ่มเป็น 185% อะฮ๊างงงงง~

Fan Fiction Bleach!! [3]

Title : Be absent-minded

Rate : None

main Character : Teratsu Fuuun

Author : Osamu Shey Karen

ตัวละครบางตัวเป็นตัวที่แต่งขึ้นตามจินตนาการซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มีอยู่จริงในเรื่อง และเนื้อเรื่องบางส่วนเป็นการแต่งขึ้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับกับท้องเรื่องจริง ๆ แต่อย่างใด

****************************************

"ฮานะ!!!!" ข้าตะโกน สิ่งที่ข้าเห็นมันทำให้ดวงตาของข้าเบิกกว้าง ร่างของฮานะยังยืนอยู่ที่โลกมนุษย์ ร่างของนางสั่นน้อย ๆ เบื้องหน้าของหญิงสาวนั้นคือฮอลโลว์รูปร่างโตกว่าที่ข้าเคยเห็นครั้งก่อน ๆ มากโข มันสูงกว่าฮานะสักสามเท่าได้ ดวงตาสีแดงเจิดจ้าบ่งบอกความชั่วร้าย และกรงเล็บทั้งสิบที่ขยับขึ้นลงบ่งบอกถึงสัญชาติญาณนักฆ่า มันแสยะยิ้ม ในหัวของข้าไม่มีอะไรอีกแล้ว มันขาวโพลนไปหมด ความกล้าหาญโง่ ๆ นั่นกำลังจะพรากคนสำคัญของข้าไปอีกหนึ่งคน สิ่งที่ข้ามองเห็นคือร่างของผู้คนเบื้องหน้าที่พยายามจะฉุดรั้งข้าไว้ อ้าปากขึ้นลงเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ดูเหมือนคำพูดเหล่านั้นไม่ได้เล็กลอดเข้ามาในโสตประสาทของข้าเลย แล้วในที่สุด. ข้าก็มายืนอยู่เบื้องหน้าของเพื่อนสาว (ดูแล้วข้าเองก็คงเป็นคนโง่ที่เอาความกล้าหาญเป็นตัวตัดสินเช่นกันสินะ) มือหนึ่งกันนางให้ไปอยู่ข้างหลังของข้า ถ้าจะพูดให้นางวิ่งก็คงไร้ประโยชน์เพราะประตูคงปิดไปแล้ว และอีกอย่างคือคงจะหนีไม่ทันเป็นแน่!!!

"ฮี่!!!! ยมทูตน้อยสองตน เอ้ยไม่ใช่สิพวกเจ้ายังไม่ได้ใส่ชุดยมทูตนี่นา" เสียงแหลมเสียดแทงประสาทหูของมันดังขึ้นร่างกายนั้นช่างดูน่าสมเพช "โอ๊ะ!!!! แต่ข้าจำได้นัยตาสีเขียวที่จับการเคลื่อนไหวข้าได้ ทั้ง ๆ ที่ความเร็วขนาดนั้นแท้ ๆ ฮี่ๆๆ" เข้าใจแล้วลมที่พัดผ่านข้าไปตอนนั้นคือเจ้านี่นั่นเอง คงจะประเมินมันต่ำไม่ได้แล้วล่ะ ตัวใหญ่ขนาดนี้แต่กลับเร็วได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ข้ารู้สึกถึงเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะด้วยความกลัวของข้า ร่างกายเริ่มสั่นตามเสียงเรียกร้องของหัวใจที่หวาดกลัวนี้ ข้ากำลังกลัวจริง ๆ สินะ ตอนที่ท่านพี่ของข้ากำลังจะตายนางเป็นแบบข้าหรือเปล่า แต่ข้ายังไม่อยากตายนี่นา ข้าคงต้องสู้คงต้องใช้สิ่งที่ข้าเรียกว่า ความกล้าหาญโง่ ๆ นั่นซะแล้วล่ะ

-เมื่อไรจะเรียกข้าล่ะ- ข้าเหลือบไปมองต้นเสียง นางจิ้งจอกคิทสึเนะ ดาบของข้านั่นเองผมสีกรมท่านั้นดูตัดกับชุดกิโมโนสีม่วงอ่อนเหลือเกิน มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาปิดใบหน้า ในขณะที่ดวงตาสีแดงเข้มนั้นก็เหลือบมามองที่ข้าเช่นกัน

"จงร่ายรำ . คิทสึเนะ" ข้าเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงของข้ามันคงจะดูหมดหวังเอามาก ๆ เลย เพราะคิทสึเนะดูไม่พอใจเท่าไรนักเมื่อกลายสภาพ ข้าเอื้อมมือหนึ่งไปกุมมือของฮานะไว้ มือเธอเย็นเฉียบแล้วสั่นเทา "ข้าจะสู้เป็นเพื่อนเจ้าฮานะ ในเมื่อนี่คือทางที่เจ้าเลือก ข้าก็จะช่วยเจ้า จะปกป้องเจ้า.." ข้าเอ่ยด้วยเสียงที่พยายามปรับให้ดูเข้มแข็ง ฮานะพยักหน้าเธอกำดาบแน่นเหมือนกับข้า "ข้าไม่เคยคิดจะพึ่งเจ้าเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้คงต้องฝากความหวังไว้กับเจ้าแล้วคิทสึเนะ" ข้ากระซิบกับตัวเอง เสียงแผ่วเบาเหมือนจะขานรับดังมาตามสายลม ยังไงซะข้าจะถือว่าเป็นเสียงเจ้าแล้วกัน

ข้าปล่อยมือออกจากฮานะ สองมือกำที่ดาบไว้มั่น เจ้าฮอลโลว์ทำหน้าฉงนเมื่อเห็นคิทสึเนะ ใช่มันแปลก ตอนแรกที่ข้าได้มันมา ข้าก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย คิทสึเนะก็มีความยาวเท่าดาบธรรมดาทั่วไปด้ามจับเป็นสีดำดูเหมือนว่าจะทำจากไม้ ไม่มีกั้นดาบและใบดาบมีสีฟ้าประกายอยู่ ข้ากระโดดลอยตัวขึ้นกลางอากาศทันที "คาไมทาจิ!!" พูดพลางฟาดคิทสึเนะลงที่พื้น ลมทั้งหลายก่อตัวเป็นใบมีดพุ่งตรงไปที่เจ้าฮอลโลว์นั่นจนมันได้แผล มันกรีดร้องอย่างโหยหวนขึ้นมาทันใด

ข้าเงื้อดาบอีกเตรียมจะใช้ท่าเดิมแต่แล้วข้าก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่กลางหลัง รอยแผลเป็นทางยาวปรากฎขึ้น เลือดของข้าไหลออกมาเป็นทาง ความเจ็บปวดนั้นทำให้ข้าทรุดลง แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ข้าคงต้องตายตรงนี้แน่ ๆ

ฮอลโลว์ตรงหน้าข้าตวัดกรงเล็บเข้าหา ข้าใช้คิทสึเนะกั้นไว้ คงไม่มีเวลาแล้วถ้าช้ากว่านี้ฮานะคงแย่แน่ ใบดาบของคิทสึเนะประสีฟ้าเจิดจ้าทันใดนั้นข้าก็กระโดดหวือผ่านกรงเล็บและร่างเจ้าศัตรูตรงหน้าข้าไป แขนข้างหนึ่งตกลงบนพื้นนั้นทำให้มันอาละวาดใหญ่ อา ข้าไม่ได้ใช้ท่านี้มานานเท่าไรแล้ว ข้าคงลืมไปว่าคิทสึเนะเป็นดาบลม ฟันผ่านสิ่งของได้โดยไม่ต้องตัดมัน แต่แล้วข้าก็ผงะ เมื่อเจ้าตาแดงนั่นวิ่งตรงมาที่ข้าด้วยความเร็วโดยที่ข้ายังไม่ทันตั้งตัว ข้าคงจะหลบไม่ทันแน่ แต่สิ่งที่ข้าคิดมันผิด เจ้าฮอลโลว์นั่นวิ่งผ่านข้าไป ผ่านข้าไป!!!

"ฮานะ!!!!" ข้าตะโกนพลางหันหลังกลับ แต่ดูท่าจะไม่ทันเสียแล้วเบื้องหลังข้าร่างหญิงสาวถูกเสียบเข้าเต็มช่องท้อง กรงเล็บอันมหึมานั้นทะลุไปโผล่ด้านหลัง เธอกระอักเลือดคำโตด้ามดาบร่วงลงบนพื้นพร้อมกับใบดาบที่แตกละเอียด ที่ข้าเห็นตอนนี้คือร่างของเพื่อนสาวที่ห้อยแต่งอยู่กลางอากาศ นางคงหมดสติหรือตายไปแล้ว ก่อนจะถูกเหวี่ยงลงมาที่พื้น แล้วเจ้านั่นก็มองมายังข้าที่ยืนตะลึงงันอยู่ตรงนั้น

มันรีบเงื้อกรงเล็บจะตะปบข้า ข้าคงบ้าไปแล้วแน่ตอนนั้นที่ไม่คิดจะหลบการโจมตีแต่กลับยืนหลับตาปี๋ เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างพรั่งพรูเข้ามาในหัว ข้าเคยทำแบบนี้แล้วหนึ่งครั้ง ที่หน้าประตูโคคุเรียวมอน ความจริงข้าควรตายตั้งแต่ตอนนั้นแล้วใช่มั้ย อยู่มาได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว นี้ข้าคงใกล้จะตายแล้วจริง ๆ อดีตทำไมมันหลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างนี้นะ

เคร้ง!!! .. "ฟู่~~~~~~" เสียงถอนหายใจของใครคนหนึ่งดังขึ้น ข้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เบื้องหน้าข้า ฮอลโลว์ค่อยๆ สลายไป ประตูนรกเปิดออกแล้วดึงร่างของชายคนหนึ่งเข้าไป ก่อนจะปิดลงแล้วค่อย ๆ จางหาย

"เป็นอะไรมั้ย กล้าหาญจริงนะเจ้าน่ะ" ยมทูตสาวคนหนึ่งยืนลูบหัวข้าอยู่ ข้าค่อย ๆ มองไปเบื้องหน้า หญิงสาวในชุดนิชิกามิ ผมเหยียดตรงสีน้ำตาลแดงยาวถึงเอว สวมเสื้อคลุมที่บ่งบอกฐานะหัวหน้าหน่วย นางยิ้มให้ข้าอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง "อีกคนเป็นอย่างไรบ้าง.คุจิกิคุง"

"สิ้นใจไปแล้วครับ" ชายที่นั่งข้าง ๆ ร่างของฮานะเอ่ย ข้าหันควับไปมองที่ฮานะ นางตายแล้วหรือ คนสำคัญของข้าจากข้าไปอีกคนแล้วหรือ ข้าวิ่งไปกอดร่างนางไว้ ยมทูตตรงหน้าค่อย ๆ แกะมือข้าออก แล้วอุ้มร่างฮานะขึ้นไปพาดบ่า แต่ข้ายังคงนั่งหมดอาลัยอยู่ตรงนั้น

"ข้าปกป้องนางไม่ได้ นางตาย . นางจากไปอีกคนแล้ว" ข้าพูดด้วยเสียงสั่นเครือดูเหมือนน้ำตาที่ข้าจากลามาหลายปีนั่นจะพยายามไหลลงมาแต่ในที่สุดมันก็เหือดแห้ง เมื่อความคับแค้นเข้ามาแทนที่ แค้นแค้นตัวเองที่ไม่เข้มแข็งพอ มือของข้ากำแน่น

"คนเราย่อมมีสิ่งที่ปกป้องไว้ไม่ได้ เจ้าทำดีที่สุดแล้ว" หัวหน้าหน่วยคนนั้นตบหัวข้าเบา ๆ "ข้าต้องขอโทษที่มาช่วยเจ้าช้าไป. ไปกันเถอะ ประตูเปิดแล้ว" นางพูดแล้วเดินนำหน้าเข้าไปในโซลโซไซตี้ ผ้าคลุมที่มีสัญลักษณ์เลขหกนั้นปลิวไสว เลขหก?

ข้าค่อยยันตัวลุกขึ้น มือข้างหนึ่งยื่นลงมา ข้าจับมันไว้ แล้วใช้มันช่วยในการลุกขึ้น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างนั้นจังหวะเดียวกับที่สายนั้นก้มลงมอง สายตาของเค้าช่างเย็นชา ข้ารีบผลุดหน้าลงต่ำหลบสายตาที่ดูไม่เป็นมิตรนั้น "ไปกันได้แล้ว" เค้าเอ่ยแล้วเดินนำเข้าไปในประตูโดยมีข้าเดินตามหลัง สายตาจดจ้องที่แผ่นหลังนั้นแผ่นหลังที่มีร่างของฮานะพาดลงมาที่แขนเสื้อนั่นมีปลอกแขนคล้องอยู่ เค้าคงเป็นรองหัวหน้าหน่วยสินะ เค้าเหลือบมามองข้าก่อนจะเอ่ย "ทีหลังก็ดูตาม้าตาเรือบ้างล่ะ เจ้าควรจะรู้ฝีมือของตัวเองบ้าง"

".ค่ะ"

"การสอดมือเข้าไปยุ่งน่ะบางครั้งมันก็อาจทำให้เจ้าตายได้ ฝีมือไม่ถึงก็ควรเจียมตัวซะบ้าง"

"ค่ะ."

ได้ยินคำพูดแบบนี้ทำเอาข้าหน้าชาไปเลยแฮะข้าก้มหัวงุด ๆ รับคำสั่งสอนนั่นอย่างเสียไม่ได้ มันเรื่องจริงนี่ข้าคงจะอ่อนแอจริง ๆ คนอ่อนแอที่โหยหาความเข้มแข็ง คิดว่าคนเองเข้มแข็งพอ แต่ไม่เลย ทุกอย่าง.ข้าก็แค่คนที่หลอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น แล้วเสียงพูดคุยก็เงียบไปพักใหญ่ เค้าเหลือบมามองข้าอีกครั้งก่อนจะพูดทำลายความเงียบนั้น

"อย่าเสียใจไปเลย เจ้าน่ะทำดีที่สุดแล้วล่ะ"

"." เค้าพูดกับข้าหรือ นี่เค้าปลอบใจข้าหรือ (O_O) ข้ารีบเงยหน้าขึ้นมาทันใด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความฉงน เมื่อครู่อีตาคนนี้ยังสั่งสอน(ด่า) ข้าแบบไม่เหลือชิ้นดี แล้วนี่.

"เจ้าเป็นคนมีฝีมือนะ พยายามเข้าล่ะ" นั่นคือคำพูดสุดท้ายของคน ๆ นั้น ก่อนที่เค้าจะเดินจากข้าไปพร้อมกับร่าง'เพื่อน' รักคนเดียวของข้าฮานะ ขอบใจสำหรับทุกสิ่ง จากนี้ไปข้าจะไม่หลอกตัวเอง ข้าจะพยายามเข้มแข็งขึ้นอีกครั้งอย่างน้อยก็เพื่อรักษาชีวิตที่ยังเหลืออยู่นี่

ว่าแต่ .. เค้าชื่ออะไรนะ จำไม่ได้อีกแล้ว ( - -") ข้านี่มันโง่เง่าดีแท้แค่ชื่อเนี่ยจำไม่ได้ โธ่!! ข้ามองตามแผ่นหลังนั่นอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจเอาเถอะถ้าข้าเป็นยมทูตเมื่อไรจะไปขอบใจที่มาปลอบใจข้า "ถ้า" นะ

-To Be Continue-

Comment

Comment:

Tweet


ขอแอดนะคะท่าน shey
รอ่านฟคิต่ออยู่เน่อ
#2 by hizana At 2006-05-28 16:23,
แต่งต่อ ๆ พยายามเข้านะงิ
ตามอยู่ ๆ
#1 by RE:GUMEAW The character group At 2006-05-24 01:44,